3 ความเชื่อที่ผิดกับน้ำมันรำข้าว

ทำไมต้องกินน้ำมันรำข้าว ?
โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เราต้องพบเจอนั้น แท้จริงแล้ว มันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นคือ โรคที่เกิดจากเชื้อโรค
และ โรคเสื่อม เราจะมาดูกันว่า โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับเรา ทั้ง 2 ประเภทนี้ มีความเหมือน และความแตกต่างกันอย่างไร

• โรคที่เกิดจากเชื้อโรค : โรคภัยไข้เจ็บประเภทนี้ มีทั้งแบบธรรมดา ไม่กระทบกับชีวิตเราซักเท่าไหร่ เช่น โรคหวัด ท้องเสีย
ซึ่งก็เป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรง กินยาแปปเดียวก็หาย หรือ ไม่กินก็สามารถหายเองได้ กับโรคแบบร้ายแรง เช่น วัณโรค และ โรคติดต่อต่างๆ
โรคร้ายเหล่านี้ รักษายากต้องกินยาตามหมอสั่ง บางครั้งอาจมีอันตรายถึงเสียชีวิต
• โรคเสื่อม : เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายของเรามีความเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา หลีกเลี่ยงได้ค่อนข้างยาก หากไม่มีการดูแลอย่างเนื่อง
แล้วยาก็มักจะรักษาไม่หายขาด ได้แต่พยุงให้ไม่ตาย แต่ยังไงก็ไม่หายแถมยังมาพร้อมกันเป็นชุดอีกด้วย เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น

ในบางครั้ง เราจะพบว่า โรคเสื่อม มีความน่ากลัวกว่า โรคที่เกิดจากเชื้อโรค เสียอีก เพราะมันรักษาไม่หาย บางครั้งอาจจะทำให้เราเป็นคนพิการ เช่น เบาหวาน อาจจะนำมาซึ่งการตาบอด โดนตัดอวัยวะ ส่วนความดันโลหิตสูง อาจจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต เดินไม่ได้ รวมถึงมะเร็ง ทำให้เราต้องทรมาน กับการทำคีโม หรือ เคมีบำบัด และอาจจะทำให้เรามีอันตรายถึงชีวิตด้วย เท่านั้นยังไม่พอ โรคเสื่อม
ยังทำให้ร่างกายของเรา อ่อนแอลง และเปิดโอกาสให้โรคที่เกิดจากเชื้อโรคเข้ามารุมทำร้ายร่างกายของเราได้อย่างง่ายดายอีกด้วย แล้วมันจะมีวิธีไหนที่เราสามารถหลีกเลี่ยง โรคเสื่อม ได้ เพื่อที่เราจะได้มีร่างกายที่แข็งแรง ไม่พบกับโรคภัยไข้เจ็บ
คำตอบที่จะช่วยป้องกัน โรคเสื่อม ให้กับร่างกายเรานั้นอาจจะมีมากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
เน้นผัก และผลไม้ กินแป้ง และไขมันให้น้อยๆ งดอาหาร Fast Food ดื่มน้ำให้มากๆ และออกกำลังกาย แต่คำตอบเหล่านี้มันยากสำหรับวัยทำงาน ที่อาศัยอยู่ในสังคมเมือง ฉะนั้นคำตอบที่เราแนะนำ เพื่อที่จะช่วยทดแทนสิ่งที่เราทำไม่ได้เหล่านี้ คือ การกินน้ำมันรำข้าว นั่นเอง
มีงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บ่งชี้ว่า ในสารสกัดจากรำข้าว หรือ ที่เรียกว่าน้ำมันรำข้าวนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า แกมม่า-ออริซานอล (Gamma Oryzanol) ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมาก ในเรื่องของการช่วยลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด หรือ
เรียกง่ายๆ ว่า เป็นการชำระล้างหลอดเลือดจากไขมันอุดตัน นั่นเอง การล้างหลอดเลือดโดย แกมม่า-ออริซานอล จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายของเราดีขึ้น เพราะไม่มีไขมันไปอุดตัน ส่วนปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง หัวใจ และโรคเสื่อม อื่นๆ ก็จะน้อยลง
และ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินยา ซึ่งก็จะทำให้ตับของเราไม่มีปัญหาอีกด้วย นอกจากนี้ แกมม่า-ออริซานอล ยังมีฤทธิ์ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลของฮอร์โมนภายในร่างกาย ทำให้ฮอร์โมนต่างๆ อยู่ในระดับปกติ ชะลอการเกิดวัยทอง และชะลอความแก่ เพราะทำให้ร่างกายหลั่ง
Growth Hormone เป็นปกติ ต่างจากคนทั่วไปที่ Growth Hormone มีหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงทำให้มีการลดการหลั่งลงเรื่อยๆ
นอกจากนี้ในน้ำมันรำข้าวยังมีวิตามินอีในกลุ่ม Tocal Group ช่วยให้ผิวนุ่ม และกระชับขึ้น ลดการสร้างเม็ดสีผิว และอาการอักเสบ
แถมยังมี Omega3, 6, 9 และ Lecithin สูง ทำให้ระบบประสาทและสมองเป็นปกติ ช่วยเสริมสร้างความจำ นอนหลับสนิท และลดปัญหาเรื่องไมเกรนอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าน้ำมันรำข้าวนั้นจะช่วยในอาการเบื้องต้น 5 อย่าง คือ
1. ล้างหลอดเลือด ลดไขมันอุดตัน และระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
2. ลดอาการนอนไม่หลับ
3. ปรับฮอร์โมนทำให้ประจำเดือนมาปกติ และลดอาการปวดประจำเดือน
4. ลดอาการปวดหัวไมเกรน
5. ลดอาการของโรคภูมิแพ้
ทำไมคนทั่วไปถึงไม่กินน้ำมันรำข้าว ?
มีความเข้าใจผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับการที่คนส่วนใหญ่มองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินน้ำมันรำข้าวเลย บางส่วนอาจจะมองว่าเค้าก็กินข้าวอยู่แล้วทุกวัน แล้วมันยังไม่ได้น้ำมันรำข้าวเข้าไปในร่างกายอีกหรือ บางคนก็คิดว่าข้าวไทยมันจะวิเศษแค่ไหนกัน ข้าวของที่อื่นมันน่าจะดีกว่า และแค่ล้างหลอดเลือดได้มันจะช่วยแก้ปัญหาโรคเสื่อมอย่างอื่นได้จริงหรือ เราจะมาไขข้อข้องใจเหล่านี้กัน
• ความเชื่อที่ 1 เราคนไทยต้องกินข้าวอยู่ทุกวัน แล้วทำไมต้องกินน้ำมันรำข้าวด้วย ?
เราอาจจะมีข้อสงสัยว่า ทำไมคนไทยโบราณถึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดเลย แล้วโรคมะเร็งก็น่าจะไม่ค่อยเกิดกับคนไทยโบราณด้วย แท้จริงแล้ว เป็นเพราะว่าคนไทยเรากินข้าวมาแต่โบร่ำโบราณแล้ว เลยทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ความเชื่อนี้จริงๆ แล้วถูกต้องอยู่ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะคนไทยโบราณกินข้าวซ้อมมือ และสีข้าวแล้วกินเลยจึงทำให้ได้รับสาร แกมม่า-ออริซานอล
อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนอย่างคนปัจจุบันที่กินข้าวขาว ฉะนั้นการกินข้าวเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เราไม่ได้รับน้ำมันรำข้าวไปด้วย เพราะส่วนที่เป็นรำข้าว และจมูกข้าว ติดอยู่กับเปลือกข้าวนั้นได้ถูกขัดสีออกไปหมดแล้ว เราจึงไม่ได้รับสารอาหารที่อยู่ในข้าวอย่างเต็มที่ หรือจะเรียกว่ากินข้าวไม่เต็มเมล็ดก็ได้
• ความเชื่อที่ 2 ข้าวไทยมันจะวิเศษแค่ไหนกัน ของต่างประเทศน่าจะดีกว่า
ความเชื่อนี้ดูเหมือนจะถูกต้องตามความรู้สึกของคนทั่วไป ที่มักจะมองว่าของนอกมันดีกว่าของไทย แต่ที่จริงแล้วมันผิดมหันต์เลย เพราะจากงานวิจัย พบว่า ข้าวไทยนั้น มีสารแกมม่า-ออริซานอล สูงที่สุดในโลก ข้าวจีน และญี่ปุ่นอาจจะมีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนข้าวทางยุโรปนั้นไม่มีเลย อาจจะเป็นเพราะว่า ดิน น้ำ และลมฟ้าอากาศ มีผลต่อสินค้าเกษตรยังไง ก็มีผลต่อข้าวอย่างนั้น คล้ายๆ กับส้มบางมด เมื่อเอาไปปลูกที่อื่นรสชาติก็จะไม่เหมือนเดิม จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่า ข้าวไทยนั้น วิเศษจริงๆ ไม่ใช่ต้องใช้วัตถุดิบทุกอย่างจากต่างประเทศ
• ความเชื่อที่ 3 แค่ล้างหลอดเลือดได้ แล้วจะไม่มีโรคเสื่อมอื่นๆ ตามมาจริงหรอ ?
การล้างหลอดเลือดนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อต้นเหตุของโรคเสื่อมต่างๆ หายไป โรคเสื่อมก็จะหายไปด้วย เพราะโดยปกติหากไขมันไปอุดตันที่แขนขาก็อาจจะไม่เป็นไร เพราะเป็นแค่เส้นเลือดขอด แต่ถ้าไปอุดตันใกล้ๆ กับหัวใจ ก็เตรียมตัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบต้องไปทำบอลลูน ส่วนถ้าอุดตันในสมอง ก็จะเสี่ยงกับเส้นเลือดในสมองตีบตัน หรือ แตก เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
เมื่อหลอดหลอดสะอาดไม่มีไขมันอุดตัน โรคเสื่อม ก็ไม่ถามหา โรคที่เกิดจากเชื้อโรค ก็จะไม่มีโอกาสได้ซ้ำเติมร่างกายของเราได้ เลือดลมของเราก็จะเดินดี เราก็มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ไปได้อีกนาน และสามารถชะลอการสึกหรอของร่างกายได้อีกด้วย

วิธีการเลือกซื้อน้ำมันรำข้าวเบื้องต้น
1. น้ำมันรำข้าวที่สมบูรณ์ต้องมีการสกัดภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการสีข้าว
หากสีข้าวแล้วยังไม่ได้นำรำข้าว และจมูกข้าวมาสกัดภายใน 24 ชั่วโมง สารแกมม่า-ออริซานอล จะสูญสลายไป เนื่องจากโดน อากาศ และแสงแดด ฉะนั้นน้ำมันรำข้าวที่ไม่มีการตรวจสอบความสดของรำข้าว ว่าไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะเป็นน้ำมันรำข้าวที่ไม่สมบูรณ์ และที่เรากินเข้าไปก็จะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
2. ต้องไม่มีสารเฮกเซน (Hexane) ตกค้าง
การสกัดน้ำมันรำข้าวนั้น จำเป็นต้องใช้สารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า เฮกเซน (Hexane) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสกัดน้ำมันรำข้าวโดยตามมาตรฐานขององค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) บอกว่า ห้ามมี เฮกเซน เกิน 30 ส่วน ใน 1 ล้านส่วน หรือ 30 ppm จึงจะกินแล้วปลอดภัย แต่ก็คงจะดีกว่านี้หากน้ำมันรำข้าวที่เรากินเข้าไปนั้นไม่มีเฮกเซนตกค้างอยู่เลย เพราะว่า เฮกเซน นั้น เมื่อกินเข้าไปมากๆ จะมีการสะสม และก่อให้เกิดมะเร็งได้

ที่มา http://supplementdd.com/น้ำมันรำข้าว